เงิน 1 ก้อน

การที่มีเงิน 1 ก้อน แต่ไม่สามารถจัดสรรปันส่วนได้ดี หรือ เรียกว่าใช้เงินไม่เป็น เชื่อได้เลยว่าสุดท้ายแล้วยังไงก็หมดครับ เพราะจะใช้อย่างมั่วซั่ว ไม่มีการลงทุน ไม่มีการต่อยอด เก็บออม และรักษาไว้เป็นส่วนต่างๆ

สุดท้ายจะไม่รู้เลยว่าหมดเพราะอะไร รู้ตัวอีกทีก็เงินหมดเป๋าแล้ว.. ใครไม่อยากเป็นแบบนี้ แนะนำให้ทำการจัดสรรเงินไว้เป็นส่วนต่างๆ จะได้รู้ว่าหมดกับส่วนไหนเยอะ ส่วนไหนน้อย เพื่อที่จะสามารถปรับการใช้เงินให้ดีมากขึ้นครับ

เงิน 1 ก้อน

การแบ่งสัดส่วนสำหรับเงิน 1 ก้อน

ใครขี้เกียจคิดทำตามนี้ได้เลยไม่ต้องลองผิดลองถูกสุ่มไปเหมือนหวยไวครับ

1.ส่วนที่ใช้จ่ายประจำวัน (Living Expenses) – ประมาณ 50-60%

  • ทำไมต้องมีสัดส่วนนี้? เพราะการใช้จ่ายประจำวัน เช่น ค่าอาหาร, ค่าบ้าน, ค่าสาธารณูปโภค, ค่ารถ ฯลฯ จะเป็นค่าใช้จ่ายหลักในชีวิตประจำวันที่ต้องมีความแน่นอน เพื่อให้ชีวิตคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
  • ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีเงิน 100,000 บาท ควรใช้สำหรับจ่ายค่าครองชีพประมาณ 50,000 – 60,000 บาทต่อเดือน

2.การออมระยะสั้น (Short-term Savings) – ประมาณ 10-20%

  • ทำไมต้องมีสัดส่วนนี้? การออมสำหรับกรณีฉุกเฉิน หรือการออมระยะสั้นเพื่อเป้าหมายที่ใกล้ เช่น การสร้างเงินสำรองในกรณีที่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน (เช่น การเจ็บป่วย, รถเสีย, การสูญเสียรายได้ชั่วคราว)
  • คำแนะนำ: ควรมีเงินสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินที่สามารถใช้ได้ในช่วง 3-6 เดือน ซึ่งสามารถเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์หรือกองทุนที่สามารถถอนออกมาใช้ได้ทันที
  • ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีเงิน 100,000 บาท ควรเก็บออมประมาณ 10,000 – 20,000 บาท

3.การลงทุนระยะยาว (Long-term Investments) – ประมาณ 20-30%

  • ทำไมต้องมีสัดส่วนนี้? การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสูงในระยะยาว เช่น หุ้น, กองทุนรวม, อสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนอื่นๆ ที่สามารถให้ผลตอบแทนที่เติบโตได้มากกว่าการออมเงินทั่วไป
  • คำแนะนำ: หากคุณสามารถรับความเสี่ยงได้ ควรพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง และยึดหลักการลงทุนอย่างระมัดระวัง
  • ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีเงิน 100,000 บาท ควรพิจารณาลงทุนประมาณ 20,000 – 30,000 บาท ในสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสูง

4.การชำระหนี้ (Debt Repayment) – ประมาณ 10-20% (หากมีหนี้)

  • ทำไมต้องมีสัดส่วนนี้? หากคุณมีหนี้สิน เช่น หนี้บัตรเครดิต, หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล, หรือหนี้อื่นๆ ควรใช้เงินส่วนหนึ่งในการชำระหนี้ให้หมด เพราะดอกเบี้ยจากหนี้สินเหล่านี้มักจะสูงและส่งผลกระทบต่อการเงินระยะยาว
  • คำแนะนำ: ควรชำระหนี้ให้หมดเร็วที่สุด โดยเฉพาะหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง เช่น หนี้บัตรเครดิต
  • ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีเงิน 100,000 บาท และมีหนี้บัตรเครดิต ควรใช้เงินประมาณ 10,000 – 20,000 บาท ชำระหนี้เพื่อประหยัดดอกเบี้ยในระยะยาว

5.การใช้จ่ายเพื่อความสุขและการพัฒนาตนเอง (Personal Growth & Enjoyment) – ประมาณ 5-10%

  • ทำไมต้องมีสัดส่วนนี้? การใช้เงินเพื่อพัฒนาตัวเอง เช่น การศึกษา การเดินทาง หรือการทำกิจกรรมที่ช่วยให้คุณมีความสุขและเติมเต็มชีวิต เพื่อไม่ให้การเงินดูเครียดเกินไปและทำให้คุณสามารถเติมเต็มชีวิตในแบบที่ต้องการ
  • ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีเงิน 100,000 บาท ควรตั้งงบประมาณประมาณ 5,000 – 10,000 บาทสำหรับการพัฒนาตนเองหรือการใช้ชีวิตที่ทำให้คุณรู้สึกดี

6.การเก็บเงินเพื่อเป้าหมายพิเศษ (Special Goals) – ประมาณ 5-10%

  • ทำไมต้องมีสัดส่วนนี้? การมีเป้าหมายทางการเงินที่ชัดเจน เช่น การซื้อบ้าน, การศึกษาต่อ, การแต่งงาน หรือการเดินทางไปท่องเที่ยวในอนาคต การเก็บเงินเพื่อเป้าหมายเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถวางแผนได้ดี

ตัวอย่าง: ถ้าคุณมีเงิน 100,000 บาท และมีเป้าหมาย เช่น การซื้อรถหรือไปเที่ยวต่างประเทศ ควรแบ่งเงินประมาณ 5,000 – 10,000 บาท

สรุปการแบ่งสัดส่วนเงิน 1 ก้อน

  1. ใช้จ่ายประจำวัน (50-60%)
  2. ออมระยะสั้น (10-20%)
  3. การลงทุนระยะยาว (20-30%)
  4. ชำระหนี้ (10-20%)
  5. พัฒนาตนเองและความสุข (5-10%)
  6. เก็บเงินเพื่อเป้าหมายพิเศษ (5-10%)
Category
Tags

Comments are closed